หน้าแรก arrow เรื่องเล่าจากชุมชน arrow ธนาคารชุมชนมะนัง ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล
 
 
ปฏิทินกิจกรรม
<<  September 2010  >>
 Mo  Tu  We  Th  Fr  Sa  Su 
    1  2  3  4  5
  6  7  8  9101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
 
ระบบค้นหาข้อมูล
สมัครสมาชิก





ลืมรหัสผ่าน?
สถิติผู้เข้าชม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้40
mod_vvisit_counterเมื่อวาน198
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้40
mod_vvisit_counterเดือนนี้1157
mod_vvisit_counterรวม110580
เว็บไซต์องค์กรชุมชนภาคใต้

 

 

ธนาคารชุมชนมะนัง ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล พิมพ์ อีเมล์
บันทึกโดย สมพล โชคดีศรีสวัสดิ์   

 

รศ.ดร.สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล และ ดร.สิริรัตน์ เกียรติปฐมชัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกันถอดบทเรียนการแก้หนี้นอกระบบโดยภาคประชาชน ที่เริ่มจาก กลุ่มออมทรัพย์ บูรณาการทุนชุมชนสู่ ธนาคารชุมชน เชื่อมต่อการทำวิสาหกิจชุมชน เพื่อเป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนิคมพัฒนาให้มีสวัสดิการชุมชน และล่าสุดกำลังประสบผลสำเร็จกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ให้กับชาวบ้านในพื้นที่

 

1. ความเป็นมาในการจัดตั้งธนาคารชุมชน
สืบเนื่องจากการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ในตำบลพัฒนานิคมตั้งแต่ปี 2537 ในหมู่ที่ 7 รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ที่เกิดขึ้นตามมาภายหลัง และกองทุนหมู่บ้านที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2544 ไม่ค่อยประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลความไม่เชื่อมั่นของสมาชิกที่มีต่อการดำเนินงานของกลุ่ม จึงขาดการให้ความร่วมมือ และความไม่ไว้วางใจกันเองระหว่างกรรมการบริหารกลุ่ม นอกจากนั้นระเบียบและการบริหารการเงินขององค์กรการเงินชุมชนกลุ่มต่างๆ ก็ขาดมาตรฐาน
ในปี 2544 รัฐบาลมีนโยบายให้มีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จึงทำให้มีการตื่นตัวในเรื่องขององค์กรการเงินชุมชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับในช่วงเวลานั้นมีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เกิดขึ้นในหมู่ที่ 1, 5 และ 6 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหมู่ที่ 5 มีการนำระบบการนำโปรแกรมบัญชีมาช่วยในการจัดทำบัญชีของกลุ่มออมทรัพย์ ทำให้เกิดความคิดในการรวมกลุ่มออมทรัพย์ในตำบลเป็นเครือข่าย และมีการรวมบัญชีของแต่ละกลุ่มเข้าด้วยกันให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ดังนั้น ช่วงปี2545 เป็นจุดเริ่มต้นในการรวมตัวกันของกลุ่มออมทรัพย์เป็นเครือข่าย ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มออมทรัพย์ (หมู่ที่ 1, 5, 6 และ 7) กับ 1 กองทุนหมู่บ้าน (หมู่ที่ 7) ในตำบลนิคมพัฒนา และ 1 กลุ่มออมทรัพย์ในตำบลปาล์มพัฒนา (หมู่ที่ 6) ในช่วง 2 ปีแรกนั้นเครือข่ายจัดให้มีการประชุมกรรมการเครือข่ายเดือนละครั้ง และในวันที่ประชุมนั้น แต่ละกลุ่มนำเงิน 3,000 บาท มาฝากไว้ที่เครือข่าย จนกระทั่งเงินสะสมของเครือข่ายมีประมาณสองแสนกว่าบาท จึงได้มีการจัดตั้งเป็นธนาคารชุมชนขึ้น (โดยการให้ความรู้ทางการเงินและบัญชีจากธนาคารออมสินสาขาละงู) ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2547 ปัจจุบัน (ปี 2553) มีสมาชิกรวมทั้งเครือข่ายประมาณ 3,000 คน
 
2. การดำเนินงานและการบริหารจัดการของเครือข่าย
1) สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ และกองทุนหมู่บ้านในเครือข่าย เป็นสมาชิกของธนาคารชุมชนโดยอัตโนมัติ สมาชิกแต่ละคนมีสมุดเงินฝากสัจจะ 1 เล่ม ที่ฝากไว้กับกลุ่มในระดับหมู่บ้าน เงินฝากที่เหลือจากการให้กู้ของกลุ่ม จะนำฝากไว้ที่ธนาคารชุมชนโดยได้รับผลตอบแทนร้อยละ 3 ต่อปี
2) สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ และกองทุนหมู่บ้านในเครือข่ายเปิดบัญชีเงินฝากร่วมใจกับธนาคารชุมชนด้วยอีก 1 เล่ม กรณีนี้สมาชิกจะฝากเท่าไรในเดือนไหนก็ได้
3) เงินฝากของธนาคารชุมชนส่วนที่เหลือจากการให้กู้ ส่วนใหญ่ฝากไว้กับสหกรณ์กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางนิคมพัฒนา 1 จำกัดโดยได้รับผลตอบแทนร้อยละ 3 ต่อปี ที่เหลือเป็นส่วนน้อยฝากออมทรัพย์ไว้กับธนาคารออมสิน
4) คณะกรรมการบริหารงานของธนาคารมาจากกรรมการกลุ่มออมทรัพย์กลุ่มละ 3 คน รวม 18 คน และเลือกประธานธนาคารชุมชนจากคณะกรรมการ โดยมีนาย สุธา อินยอด เป็นประธาน ธนาคารมีพนักงาน 3 คน รับผิดชอบงานคนละด้าน คือ (1) ด้านการจัดทำบัญชีของกลุ่มออมทรัพย์ และกองทุนหมู่บ้านในเครือข่าย (2) ด้านการเงินและบัญชีของธนาคาร และ (3) ด้านเงินกู้
 
3. กิจกรรมของธนาคารชุมชนมะนังในปัจจุบัน
1) รับฝากเงินจากสมาชิกในเครือข่าย และกลุ่มออมทรัพย์ในเครือข่าย โดยให้อัตราผลตอบแทนร้อยละ 3 ต่อปี ปัจจุบัน (มีนาคม 2553) ธนาคารมีเงินฝากรวมประมาณ 14 ล้านบาท
2) ให้บริการเงินกู้กับสมาชิกทั่วไปโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 12 ต่อปี และการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้กับสมาชิก
3) ให้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิส เช่น รับชำระค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า
4) ลงทุนทำวิสาหกิจชุมชนผลิตน้ำดื่มชุมชนอำเภอมะนัง
5) ลงทุนทำวิสาหกิจชุมชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
6) ลงทุนทำวิสาหกิจชุมชนในกิจกรรมร้านค้าชุมชน และการท่องเที่ยวชุมชน
7) สนับสนุนให้กลุ่มออมทรัพย์และกองทุนหมู่บ้านในเครือข่าย ลงทุนทำวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ของตนเอง
 
4. ธนาคารชุมชนมะนังกับการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบ
จากปัญหาหนี้สินของคนในชุมชน ซึ่งมีทั้งหนี้สินกับทั้งกลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน และธนาคารชุมชน รวมถึงการมีหนี้นอกระบบที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่อเดือนที่สูงถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน คณะกรรมการบริหารธนาคารชุมชนมะนังพยายามที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิก ด้วยการประสานงานและการให้ความรู้จาก พอช. และการได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสินสาขาละงู เพื่อขอกู้เงินจำนวน 3 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ไปนำร่องซื้อหนี้นอกระบบของสมาชิกจำนวน 30 คน โดยมีเงื่อนไขว่าสมาชิกดังกล่าวต้องเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวพอเพียง (พคค.)และเป็นหนี้กับธนาคารชุมชนแทน
วัตถุประสงค์ของโครงการ พคค. คือเพื่อสร้างจิตสำนึกการออมเพื่อการพัฒนา และจัดทำบัญชีครัวเรือน การเข้าร่วมโครงการนั้นสมาชิกต้องเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการนาน 6 เดือน เมื่อผ่านเงื่อนไขที่กำหนดจึงจะได้รับการทำสัญญากู้เงินกับธนาคารชุมชน ซึ่งในการดำเนินงานโครงการที่ผ่านมา เป็นรุ่นที่ 1 มีสมาชิกที่ผ่านการคัดเลือก 30 ราย (จากสมาชิกที่สนใจ 100 ราย) โดยสมาชิกมีการเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2552 และเริ่มมีการให้เงินกู้ในเดือนมกราคม 2553
จากการเข้าร่วมโครงการ ทำให้สมาชิกได้มีการจัดทำบัญชีรายวันของครัวเรือน มีการปรึกษาพูดคุยกันในครอบครัวมากขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยหนี้นอกระบบจากร้อยละ 10 ต่อเดือน เหลือร้อยละ 2 ต่อเดือน เนื่องจากไม่มีหนี้นอกระบบ ทำให้สามารถผ่อนคืนเงินต้นกับธนาคารได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนั้นกำหนดให้ผู้ร่วมโครงการทั้ง 30 คน จะต้องออมเงินวันละ 6 บาท ส่วนคู่สมรสต้องออมวันละ 4 บาท รวมเป็น 10 บาทต่อครอบครัว และผู้ร่วมโครงการจัดกลุ่มดูแลปรึกษาหารือซึ่งกันและกัน 5 คนต่อกลุ่ม รวม 6 กลุ่ม ปัจจุบันแต่ละกลุ่มมีเงินประมาณ 8,000 บาทต่อกลุ่ม ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวให้นำไปหมุนเวียนกู้ยืนกันเองภายในกลุ่ม โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน กำหนดชำระคืนภายใน 6 เดือน
โครงการออมเงินวันละ 10 บาทต่อครัวเรือนดังกล่าว แม้จะเป็นเงินที่ไม่มาก แต่จุดประสงค์สำคัญคือต้องการให้ผู้ร่วมโครงการเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตที่ประมาทกับการใช้จ่ายเกินฐานะ มาให้รู้จักและเห็นความสำคัญของการออม
ผลที่เกิดขึ้นหลังร่วมโครงการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 ส่งผลให้สมาชิกที่ร่วมโครงการทั้ง 30 คน ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนในครอบครัวก็มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมาก คนที่เคยซื้อหวยเดือนละ 400 บาท ก็ลดลงมาเหลือ 200 บาท คนที่เคยดื่มเครื่องดื่มมึนเมา 7 วันใน 1 สัปดาห์ ก็ลดลงมาเหลือเพียง 1 วัน การปรึกษาหารือกันระหว่างเพื่อนที่เข้าร่วมโครงการทำให้สังคมเป็นสุขขึ้น และที่สำคัญคือ ปัจจุบันภาระหนี้ของผู้ร่วมโครงการแก้หนี้นอกระบบลดลงอย่างมาก บางรายใช้หนี้ได้หมดแล้ว บางรายตอนเริ่มโครงการมีหนี้ 230,000 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง 100,000 บาท บางรายตอนเริ่มโครงการมีหนี้ 240,000 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง 160,000 บาท
 
5. การปฏิบัติการที่ดีของธนาคารชุมชน
1) การบูรณาทุนจากระดับสมาชิกของกลุ่ม/ กองทุน สู่ธนาคารชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน ที่เป็นจริง มีระบบบัญชีการเงินที่ได้มาตรฐาน
2) การแก้หนี้นอกระบบที่ริเริ่ม และดำเนินการด้วยตัวชุมชนเอง
3) การลงทุนในวิสาหกิจชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดรายจ่ายให้กับสมาชิก และชาวบ้านทั่วไป ในกิจการโรงปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ โรงผลิตน้ำดื่มสะอาด ร้านค้าชุมชนและการท่องเที่ยวชุมชน
4) การนำผลกำไรร้อยละ 20 ของเครือข่ายและธนาคารชุมชนสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล
5) การนำเงินกำไรในแต่ละปีร้อยละ 20 ของวิสาหกิจชุมชน (โรงปุ๋ยอินทรีย์ โรงน้ำดื่ม ร้านค้าชุมชนและการท่องเที่ยวชุมชน) สมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล
ผลจากข้อ 4) และ 5) ทำให้สถานะทางการเงินของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนิคมพัฒนามั่นคงมากขึ้น นับเป็นการสร้างแบบอย่างการพึ่งพาชุมชนด้วยกันเองก่อนที่จะขอความช่วยเหลือจากรัฐ

 

 

 

 

6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของธนาคารชุมชน
1) ผู้นำเครือข่ายมีความซื่อสัตย์ เสียสละ มุ่งมั่น มีความคิดสร้างสรรค์ และนำความรู้ที่ได้รับจากภายนอกชุมชนมาถ่ายทอดกับกรรมการของเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ ผู้นำเครือข่ายโดยเฉพาะประธาน และรองประธาน ได้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานภายนอกมากถึงเดือนละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง
2) เครือข่ายมีการทำงานเป็นทีม เน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิกในการให้ความเห็นในการดำเนินงานของเครือข่าย เช่น มีการทำประชาคมในระดับหมู่บ้านในการดำเนินโครงการต่างๆ
3) การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในการดำเนินงาน ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาทางสังคมแบบมีส่วนร่วม (ศพส.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์จังหวัดสตูล นายอำเภอมะนัง องค์การบริหารส่วนตำบล และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
 

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >