|
ชาวลูกพ่อขุนรามเรียนรู้คีรีวงฟื้นชุมชน |
|
|
|
บันทึกโดย สมพล โชคดีศรีสวัสดิ์
|
|
นครศรีธรรมราช/ผู้นำชุมชน จ.สุโขทัย เรียนรู้บทเรียนคีรีวง ในการฟื้นฟูชุมชนหลังประสบภัยธรรมชาติ คีรีวงแจงสร้างชุมชนเข้มแข็ง มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เน้นใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญา และวางระบบป้องกันการเอาเปรียบกัน
ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2553 เครือข่ายองค์กรชุมชนลูกพ่อขุนราม จ.สุโขทัย จำนวน 65 คน เดินทางมาทัศนศึกษาชุมชนคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช
สาเหตุที่ชาวสุโขทัยเดินทางมาเรียนรู้ชุมชนคีรีวง เนื่องจากมีสภาพความเป็นอยู่และประสบปัญหาคล้ายกัน กล่าวคือ เป็นชุมชนที่ทำเกษตร โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่เชิงเขาจะทำสวนผลไม้เช่น ทุเรียน ลางสาด และในปี 2549 พื้นที่จ.สุโขทัย ประสบภัยพิบัติดินโคลนถล่ม น้ำท่วมครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฟื้นฟูชุมชน
นายนิพัฒน์ บุญเพ็ชร แกนนำชุมชนคีรีวง กล่าวว่า ภายหลังจากที่คีรีวงประสบมหาภัยพิบัติ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2531 แกนนำชุมชนก็มาประชุมร่วมกันเพื่อสรุปบทเรียนและกำหนดแนวทางฟื้นฟูชุมชน ซึ่งก็พบว่าสาเหตุมีทั้งเกิดจากธรรมชาติ และเกิดจาการทำสวนสมรมของชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่ป่ามากเกินไปทำให้ และเราก็สรุปแล้วว่าเรายังคงไม่ย้ายชุมชนไปที่อื่นแต่จะอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างมีการจัดการทรัพยากร
สำหรับแนวทางการฟื้นฟูชุมชนคือ การรวมกลุ่มกันแล้วนำความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้วัตถุดิบในชุมชนมาผลิตเป็นสินค้า เช่น ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ สมุนไพรพื้นบ้าน ผลไม้แปรรูป และสบู่มังคุด และการทำกลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศทั้งการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และการศึกษาวิถีชีวิตชุมชน
นายนิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า เราใช้เวลากว่า 10 ปีในการฟื้นชุมชน และวางระบบการจัดการชุมชนเพื่อป้องกันการที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา การแย่งชิงผลประโยชน์ ซึ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกในชุมชน ให้ทุกคนในชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่เอาเปรียบกันและกัน
นายสมศักดิ์ คำทองคง ประธานเครือข่ายองค์กรชุมชนลูกพ่อขุนราม จ.สุโขทัย กล่าวว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ เรื่องการมีส่วนร่วมของชาวชุมชนที่นี่มีมาก มีขั้นตอนกระบวนการที่ให้หลายฝ่ายในชุมชนได้มาร่วมคิด ร่วมทำ กลุ่มต่างๆในชุมชนก็มีความเข้มแข็ง กลุ่มผลิตภัณฑ์ของชุมชนเป็นกลุ่มที่เน้นการใช้วัตถุดิบ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และไม่รอคอยงบประมาณหนุนเสริมจากหน่วยงานใดๆ
ชุมชนคีรีวง ยังมีการแบ่งงานกันทำเป็นฝ่ายต่างๆ ตามความถนัดของแต่ละคน ถ้าชุมชนต่างๆทั่วประเทศทำกันได้เช่นนี้แล้วมารวมกันเป็นเครือข่ายจะช่วยสร้างความสามัคคี สร้างการปรองดองให้กับประเทศไทย |