|

สตูล/เจ้าของบ้านปลื้มได้รับบ้านเป็นของตัวเอง เพราะรายได้เดือนละ 4,200 บาท ส่งลูกเรียน พร้อมส่งเงินเข้ากองทุนของหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนต่อไป ตำบลละงูใช้งบกว่า 15 ล้านบาทช่วย 228 ครัวเรือนมีบ้านที่สมบูรณ์
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2553 นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมด้วย นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด เดินทางไปยังพื้นที่ ม. 2 บ้านปากบาง ต. ละงู อ.ละงู เพื่อตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้งบประมาณไทยเข้มแข็ง โดยมีหน่วยงานต่างๆจัดแสดงผลการดำเนินงาน และมีชาวบ้านนับร้อยให้การต้อนรับ
นายวรรณธรรม กล่าวว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะยกระดับรายได้ของประชาชนในพื้นที่ ด้วยการส่งเสริมด้านการเกษตร ไม่ว่า การส่งเสริมด้านเกษตรพอเพียง การให้พันธุ์ปลา แพะ และนอกภาคการเกษตร ส่งเสริมอาชีพ อบรมความรู้พัฒนาฝีมือแรงงาน ช่วยสร้างบ้านที่อยู่อาศัย โดยการผ่านกระบวนการประชาคมหมู่บ้าน
จึงอยากขอให้พี่น้องที่ได้รับมอบสิ่งของ ความรู้ไปแล้ว ก็นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจัง และต้องเอาใจใส่กับสิ่งที่รัฐบาลมอบให้ เพื่อสร้างรายได้ให้มากยิ่งขึ้นเอาชนะความยากจนให้ได้ และสุดท้ายถ้ายังมีสิ่งใดที่อยากให้รัฐบาลทำเพิ่มเติมเพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุขก็ขอให้บอกต่อรัฐบาลได้
นางกัลยทรรศน์ ติ้งหวัง ประธานโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก กล่าวว่า พื้นที่ตำบลละงู ชาวบ้านมีรายได้อยู่ในช่วงระหว่าง 5,000 – 14,000 บาท มีผู้เดิอดร้อนที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยขอเข้าร่วมโครงการจำนวน 838 ครัวเรือน ภายหลังจากดำเนินกระบวนการเวทีประชาคม จัดลำดับผู้เดือดร้อน ในระยะแรกจึงสามารถให้ความช่วยเหลือ 228 ครัวเรือน แบ่งเป็น สร้างบ้านใหม่ 91 ครัวเรือน ซ่อมแซมต่อเติม 137 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 15,039,396 บาท
นางสาวรอป๊ะ โสะตา ชาวบ้านผู้ได้รับการสนับสนุนสร้างบ้านใหม่ กล่าว่า เหตุผลที่ชุมชนเลือกให้ตนเองได้งบประมาณสร้างบ้านใหม่ 110,000 บาทเพราะความยากลำบากของตน ปัจจุบันตนเองมีลูก 2 คน กำลังเรียนชั้น ม.2 และ ป.2 ไม่มีบ้านขออาศัยบ้านญาติ มีรายได้เดือนละ 4,200 จากอาชีพทำความสะอาดในโรงพยาบาล ในตอนแรกตนเองไม่ได้คิดว่าจะได้เพราะในหมู่บ้านมีผู้เดือดร้อนอยู่มากมาย
แต่เมื่อได้รับเลือกก็รู้สึกดีใจ เพราะรายได้จากการทำงานไม่สามารถมีเงินสร้างบ้านได้ และลูกๆก็กำลังเรียน เมื่อมีบ้านแล้วก็คิดว่าชีวิตจะดีขึ้น สำหรับลูกถ้ามีกองทุนช่วยเหลือด้านการศึกษาก็จะยิ่งดีมากขึ้นเพราะอยากให้ลูกเรียนสูงๆ และตั้งใจทำขนมแนลำขาย เป็นรายได้เสริม
นางสาวรอป๊ะ กล่าวต่อไปว่า “สำหรับการส่งเงินคืนเข้ากองทุนสร้างที่อยู่อาศัยของหมู่บ้าน กำหนดไว้ว่าส่งคืนเดือนละ 500 บาท เพราะทราบว่าจะนำไปช่วยคนที่เดือดร้อนที่อยู่อาศัยต่อไป” |