|

สงขลา/พอช.เป็นหน่วยงานต้นแบบอันดับหนึ่ง สร้างความยั่งยืน พัฒนาคน รัฐบาลหวังถอดบทเรียนขยายโครงการสู่ทั่วประเทศ ด้านผอ.ศพชต.แนะทำประชาคมให้รัดกุม ช่วยเหลือคนยากจน ขณะที่คณะอนุกรรมการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณอีก 251.8 ล้านบาท ช่วย 5,131 ครัวเรือน
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดประชุมคณะอนุกรรมการโครงการพัฒนาความมั่นคงในการอยู่อาศัยของคนจนในเมืองและชนบทโดยชุมชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 6/2553 ณ ห้องสิงห์ทอง โรงแรมสิงห์โกลเดนท์เพลซ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ในโอกาสนี้ นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุม พร้อมได้กล่าวเปิดการประชุมมีใจความสำคัญว่า
ขอชื่นชมการดำเนินงานของพอช. เพราะทำให้ชาวบ้านรู้สึกดีว่าการให้ครั้งนี้มุ่งหวังถึงการพัฒนาคน และทราบว่างานนี้เป็นเรื่องยากสำหรับทุกท่านที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ สำหรับรัฐบาลท่านทั้งหลายได้เป็นตัวแบบอันดับ 1 ในบรรดาหน่วยงานต่างๆที่รัฐบาลได้ทุ่มงบประมาณมากว่า 1 หมื่นล้านบาทในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้
วันนี้รัฐบาลมองพอช.ว่าเป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างชัดเจนและโดดเด่น การเบิกจ่ายงบประมาณก็เป็นที่น่าพอใจ และรัฐบาลกำลังคิดไปไกลว่า จะนำรูปแบบนี้ คือการใช้แนวทางการร่วมมือแบบพอช. การประชาคมผ่าน 4 เสาหลัก ซึ่งเรากำลังถอดบทเรียนเรื่องนี้ เพื่อนำไปขยายทั่วประเทศ
นายวรรณธรรม กล่าวต่อไปว่า การให้บ้านแก่ผู้มีรายได้น้อยนี้เป็นการให้อย่างมีหลักเกณฑ์ เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะสามารถขยายไปสู่การตั้งกองทุนของชุมชน ทำให้เกิดความยั่งยืน ไม่เหมือนกับการให้พันธุ์แพะ เป็ด ไก่ ปลา ที่ไม่มีการคำนึงถึงเรื่องนี้ ซึ่งตรงนี้ก็อยากขอให้ทำให้ดี ให้เป็นระบบ อย่าให้ชาวบ้านคิดว่าเราให้เค้าผ่อนเหล็ก ปูน ผ่อนบ้าน เพราะฝ่ายตรงข้ามกำลังเฝ้ามองดูจับผิดการทำงานของเราอยู่
พล.ต.กิตติพันธ์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศพชต.) กล่าวให้คำแนะนำว่า จากการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของ กอ.รมน.ภาค 4 ยังพบว่ามีผู้ยากลำบากที่สมควรได้รับแต่ไม่ได้รับบ้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการทำประชาคมยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งทางคณะทำงานจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรเมื่อตรวจพบแล้วว่ามีกรณีผู้ที่ควรได้รับแต่ไม่ได้รับจะแก้อย่างไร และต้องแก้ไขให้รวดเร็ว เพราะท่านจะต้องถูกติดตามประเมินผลจาก กอ.รมน.ภาค 4 สภาพัฒน์ฯ และส่วนราชการระดับจังหวัด
ด้านความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก ด้านการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย พื้นที่เป้าหมาย 1,156 หมู่บ้าน คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณโครงการไปแล้ว 173 ตำบล 778 หมู่บ้าน แบ่งเป็นหมู่บ้านพัฒนาปกติ 291 หมู่บ้าน หมู่บ้านเสริมสร้างสันติสุข 98 หมู่บ้าน หมู่บ้านประมงพื้นบ้าน 96 หมู่บ้าน หมู่บ้านยากจน 293 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 67 จากจำนวนหมู่บ้านเป้าหมายทั้งหมด
ด้านการแก้ไขปัญหาที่ดิน พื้นที่เป้าหมาย 20 ตำบล 4 จังหวัด ได้แก่ ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณโครงการไปแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นราธิวาส จำนวน 5 ตำบล 44 หมู่บ้าน ผู้เดือดร้อนด้านที่ดินทำกินจำนวน 4,866 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 5,000,000 บาท เพื่อพัฒนากระบวนการ การจัดทำข้อมูลประวัติชุมชน ข้อมูลครัวเรือน แผนที่ทำมือ
ในการประชุมครั้งนี้คณะอนุกรรมการได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนแบ่งเป็น จ.ปัตตานี ครอบคลุม 8 อำเภอ 16 ตำบล 74 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนรับประโยชน์ 2,186 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 107,287,442 บาท
จ.นราธิวาส ครอบคลุม 8 อำเภอ 17 ตำบล 81 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนรับประโยชน์ 1,685 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 82,669,912 บาท
จ.ยะลา ครอบคลุม 3 อำเภอ 5 ตำบล 23 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนรับประโยชน์ 669 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 32,859,930 บาท
จ.สงขลา ครอบคลุม 3 อำเภอ 8 ตำบล 20 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนรับประโยชน์ 591 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 29,000,000 บาท
รวมงบประมาณที่อนุมัติในครั้งนี้ 251,817,284 บาท ครอบคลุม 4 จังหวัด 22 อำเภอ 46 ตำบล 190 หมู่บ้าน แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ 5,131 ครัวเรือน
|